พร้อมชี้แจง!! ประเด็นปัญหาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยว่า กรณีนายเดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา โดยยังมีข้อถกเถียงสำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือ

(1) ด้านความมั่นคงทางพลังงาน มีข้อถกเถียงว่า ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในระบบมากเกินไปหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองมากถึง 10,000 เมกะวัตต์ ในขณะที่ภาคใต้มีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่สูง แต่ยังติดปัญหาความไม่ชัดเจนของนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งหากมีการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ศักยภาพความมั่นคงทางด้านพลังงานของภาคใต้ก็จะมีความมั่นคงมากขึ้น และเป็นความมั่นคงที่ตั้งอยู่บนฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมาจากฐานการผลิตของภาคใต้เอง การมองภาพรวมด้านพลังงานทั้งระบบจึงมีความสำคัญ

(2) ด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ข้อถกเถียงสำคัญคือ การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโรงไฟฟ้าเทพา หรือ EHIA ที่ไม่ได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางเพียงพอ ประกอบกับท่าทีของฝ่ายความมั่นคงที่ดูเหมือนเข้าข้างฝ่ายสนับสนุน จึงยิ่งทำให้มีคำถามจากประชาชนมากขึ้น รวมทั้งปัญหาจากการกำหนดขอบเขตพื้นที่ศึกษาไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ และการแยกศึกษาระหว่างโรงไฟฟ้ากับท่าเทียบเรือออกจากกัน ทั้งๆ ที่ควรมองเป็นโครงการเดียวกัน

เลขาธิการ สผ. กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นโครงการตามแผน PDP 2015 ของกระทรวงพลังงาน ใช้ถ่านหินบิทูมินัส/ซับบิทูมินัสที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นเชื้อเพลิงหลัก และใช้ชีวมวลภายในประเทศเป็นเชื้อเพลิงเสริม ซึ่งเข้าข่ายโครงการในลำดับที่ 11 ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดให้ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (รายงาน EHIA) และเป็นโครงการของรัฐที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ ซึ่งในการพิจารณารายงานฯ สผ. โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ได้พิจารณารายงานฯ และให้ความเห็นเป็นไปตามหลักวิชาการ ซึ่งความเห็นของ คชก. ไม่ใช่การอนุมัติโครงการ แต่จะใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

ในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมนี้ได้กำหนดขอบเขตพื้นที่ศึกษาไว้มากกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำในแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ สผ. ที่กำหนดรัศมีพื้นที่ศึกษาไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร ตัวอย่างเช่น การศึกษาผลกระทบทางด้านคุณภาพอากาศ มีการศึกษาครอบคลุมพื้นที่กว้าง 30 กิโลเมตร ยาว 30 กิโลเมตร หรือคิดเป็นขนาดพื้นที่ 900 ตารางกิโลเมตร ซึ่งผลการศึกษาพบว่าคุณภาพอากาศดีกว่าค่ามาตรฐาน นอกจากนี้ การศึกษาด้านสมุทรศาสตร์และชายฝั่ง การศึกษาด้านคมนาคมขนส่งทางบกและทะเล การศึกษาด้านการใช้น้ำและการระบายน้ำ ได้ทำการศึกษาครอบคลุมถึงพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของโครงการ การศึกษาครอบคลุมพื้นที่บางส่วนในจังหวัดปัตตานีด้วย

ในกระบวนการจัดทำและพิจารณารายงาน EHIA ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ในการจัดทำรายงาน EHIA ซึ่งจะต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชนตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงฯ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อย 3 ครั้ง คือ ในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตและแนวทางการศึกษาผลกระทบ ขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงานฯ รวมถึงขั้นตอนการทบทวนร่างรายงานและมาตรการต่าง ๆ เพื่อประกอบการศึกษาข้อมูลและจัดทำมาตรการให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่ง กฟผ. ได้จัดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชน ดังนี้

(1) การรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping) โดยการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ รวมทุกตำบลครบทุกตำบลในพื้นที่ศึกษา รวม 1 ครั้ง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 โดยมีผู้เข้าร่วม 3,860 คน

(2) กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงานฯ ประกอบด้วยการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) จำนวน 24 ครั้ง ระหว่างวันที่ 11-28 กุมภาพันธ์ 2558 มีผู้เข้าร่วม 708 คน และการสำรวจความคิดเห็นหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน ครัวเรือน (การสัมภาษณ์โดยใช้แบบสอบถาม) ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2558 จำนวนรวม 1,461 ตัวอย่าง

(3) การรับฟังความคิดเห็นเพื่อทบทวนร่างรายงานฯ (Public Review) โดยการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ รวมทุกตำบลครบทุกตำบลในพื้นที่ศึกษา รวม 1 ครั้ง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 มีผู้เข้าร่วม 6,498 คน

ทั้งนี้ กฟผ. ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนสอดคล้องกับประกาศกระทรวงดังกล่าว โดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ผู้รับผลกระทบจากโครงการ 2) หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำรายงานฯ ได้แก่ เจ้าของโครงการ และนิติบุคคลผู้มีสิทธิจัดทำรายงานฯ 3) หน่วยงานที่ทำหน้าที่พิจารณารายงานฯ 4) หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ 5) องค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และนักวิชาการอิสระ 6) สื่อมวลชน และ 7) ประชาชนทั่วไป

ส่วนในขั้นตอนการพิจารณารายงาน EHIA สผ. ได้เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการสามารถจัดส่งข้อมูลความคิดเห็นหรือข้อวิตกกังวลต่อโครงการให้ สผ. นำเสนอ คชก. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณารายงานฯ ได้ตลอด โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการจัดประชุมพิจารณา และที่ผ่านมา คชก. ยังได้เคยเชิญผู้แทนเครือข่ายผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเข้าร่วมชี้แจงข้อห่วงกังวลและข้อเท็จจริงต่อ คชก. ในการประชุมครั้งที่ 29/2559 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 ซึ่งเครือข่ายผู้คัดค้านโครงการได้มีหนังสือแจ้งไม่เข้าร่วมประชุมในวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คชก. ก็ได้นำประเด็นข้อคิดเห็นของเครือข่ายผู้คัดค้านโครงการมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณารายงานฯ ด้วย นอกจากนี้ ก่อนการอนุญาตโครงการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้อนุญาตยังจะต้องมีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการอนุญาตตามมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ด้วย

สำหรับโครงการท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพานั้น เป็นการก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อขนถ่ายถ่านหินให้กับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา รองรับเรือขนาดระวางบรรทุกประมาณ 13,000 เดทเวทตัน มีความยาวหน้าท่า 300 เมตร เข้าข่ายโครงการในลำดับที่ 9 ที่ต้องจัดทำรายงาน EHIA ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นลำดับประเภทโครงการที่แตกต่างจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณารายงานของทั้งสองโครงการได้พิจารณาภาพรวมและมีการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการดำเนินการที่เกี่ยวข้องร่วมกันไว้ด้วย ทั้งนี้ คชก. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญคนละสาขากับด้านการพิจารณาโครงการด้านโรงไฟฟ้าเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ ที่ผ่านมา คชก ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำได้พิจารณารายงานแล้ว จำนวน 2 ครั้ง โดยในการประชุมครั้งที่ 5/2560 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 ได้มีมติให้ กฟผ. ปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลเพิ่มเติมในรายงานฯ ใน 11 ประเด็นหลัก อาทิเช่น ประเด็นรายละเอียดโครงการและวิศวกรรมโครงสร้าง ประเด็นสมุทรศาสตร์และวิศวกรรมชายฝั่ง ประเด็นอุทกวิทยา การระบายน้ำ และจัดการน้ำเสีย ประเด็นคุณภาพน้ำทะเล ประเด็นทรัพยากรชีวภาพ และประเด็นสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นต้น

————————–